เป็นสภาพแวดล้อมที่ดีให้เด็ก

“เราไม่สามารถเปลี่ยนคนอื่นได้ แต่เราสามารถเปลี่ยนตัวเองได้”

ตัวอย่างของการเป็นสภาพแวดล้อมที่ดีให้เด็ก

  • หากครอบครัวและคนใกล้ตัวเด็ก มีพฤติกรรมที่ไม่ดีต่อการรับรู้และการเติบโตของเด็ก
    เราก็สามารถเป็นตัวอย่างที่ดี อ่อนโยนให้กับเด็กได้
  • หากเด็กรับรู้จากคนใกล้ตัวว่า โกหกแค่นี้ไม่เป็นไรหรอก
    เราก็เป็นผู้ใหญ่ที่ซื่อสัตย์ พูดแต่ความจริง
  • หากเด็กมีคนใกล้ตัวที่พูดไม่เป็นคำพูด
    เราก็รักษาคำพูด
  • หากเด็กได้รับรู้โลกที่ไม่ดีงามจากคนใกล้ตัวหรือจากสื่อ
    เราก็เป็นโลกที่ดีงามให้เด็กรับรู้ถึงความดีความงามได้
  • หากคนใกล้ตัวชอบขู่เด็ก
    เราก็พูดดีๆ กับเด็กได้ พูดด้วยเนื้อหาที่ดี ไม่ขู่ น้ำเสียงปกติ และทำตามสิ่งที่พูด
  • หากคนใกล้ตัวลงโทษเด็กบ่อยๆ เมื่อเด็กทำอะไรพลาด
    เราก็เป็นสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย ให้เด็กทำพลาดได้ ตอนแรกๆ เด็กอาจจะไม่แน่ใจว่าเป็นอะไรไหม แต่เมื่อเราแสดงท่าทียืนยันให้เด็กรับรู้ทัศนคติเราได้ว่า ไม่เป็นไร เราอยากให้เด็กเรียนรู้ (เป็นท่าที รอยยิ้ม ไม่จำเป็นต้องพูดว่าไม่เป็นไร ตกก็เก็บ ล้มก็ลุกได้) เด็กก็จะค่อยๆ วางใจ และเรียนรู้กับทุกสิ่งอย่างได้เมื่ออยู่กับเรา โดยเราเป็นผู้ดูแลความปลอดภัย (เป็นนัยยะถึงความอิสระ)
  • หากคนใกล้ตัวเด็กอนุบาล ถามคำถามให้เด็กใช้ความคิดเยอะ
    เราก็เป็นสภาพแวดล้อมที่เด็กไม่ต้องใช้ความคิดได้
  • หากเด็กดูจอใช้จอเยอะ
    เราก็พาทำกิจกรรมที่ไม่ต้องใช้จอ พาทำกิจกรรมวงกลม ร้องเพลง เคลื่อนไหวทำท่าทาง ระบายสีได้
  • หากคนใกล้ตัวหรือที่โรงเรียนให้เด็กระบายสีในกรอบ
    เราก็พาระบายสี (Painting) แบบที่ไม่มีกรอบได้ (ระบายสีตามแนวมนุษยปรัชญา) และไม่ถามว่านี่รูปอะไร

ทั้งนี้เราจะต้องพัฒนาตัวเองอย่างมาก เพื่อเป็นตัวอย่างและสภาพแวดล้อมที่ดีให้เด็กได้

แนวทางการพัฒนาตัวเอง

ในแนวทางมนุษยปรัชญามีแนวทางพัฒนาตัวเองตามนี้
หรือจะภาวนา ซึ่งแปลว่า พัฒนา ก็ได้
เพียงแต่ควรเป็นการภาวนาที่ส่งเสริมสติ ปัญญา และสมาธิที่ถูกต้อง

จากที่เรียนมากับครูปฐมวัยหลายคน ครูจะย้ำเสมอว่า
“เราไม่สามารถเปลี่ยนคนอื่นได้ แต่เราสามารถเปลี่ยนตัวเองได้”

ขอบคุณจากหัวใจ

มาจากคำถามที่ถามครูปฐมวัยในแนวทางวอลดอร์ฟ และเพิ่มเติมตัวอย่างที่ได้เรียนรู้จากการเรียนต่างๆ และประสบการณ์